You are using an outdated browser. Please upgrade your browser to improve your experience and security.

คา สิ โน 777ww:Inventors and Inventions of the Industrial Revolution

slotjokerromademo,slotjokerromademo,ความเห็น: แรงเหวี่ยง 5.35; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 4.98แนวต้าน 12 / (12.50) บาทสำหรับการเพิ่มเงินหยวนเข้าตระกร้า SDR นี้ จะทำให้สมาชิก IMF สามารถซื้อเงินหยวนจากประเทศสมาชิกด้วยกัน ทางด้าน IMF ได้แนะนำให้จีนเร่งดำเนินการเพื่อขจัดข้อกำหนดเข้มงวดในการเปิดเสรีสกุลเงินหยวน 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 1 ธ.ค.58 สำหรับการเพิ่มเงินหยวนเข้าตระกร้า SDR นี้ จะทำให้สมาชิก IMF สามารถซื้อเงินหยวนจากประเทศสมาชิกด้วยกัน ทางด้าน IMF ได้แนะนำให้จีนเร่งดำเนินการเพื่อขจัดข้อกำหนดเข้มงวดในการเปิดเสรีสกุลเงินหยวนทั้งนี้ ธนาคารเองก็เห็นการเติบโตที่ดีของเศรษฐกิจไทยเช่นกันจากในไตรมาส 3 ของปีนี้ที่ภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐขยายตัวได้เป็นที่น่าพอใจ จะมีเพียงแค่ภาคการส่งออกที่ยังคงติดลบเท่านั้น ซึ่งธนาคารฯ คาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.9% ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 3%ขณะที่คาดกำไรสุทธิในปีหน้าก็จะดีกว่าปีนี้ จากการรับงานโครงการภาครัฐ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านบาทที่จะดำเนินการแล้วเสร็จในปีหน้า ทำให้บริษัทฯไม่ต้องแบกรับภาระอีกต่อไป โดยที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวถือว่าทำให้มีผลขาดทุนพอสมควร ซึ่งเชื่อว่าหากดำเนินเสร็จสิ้นจะส่งผลดีต่อตัวกำไรสุทธิของบริษัทให้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของรายได้ สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันที่ 1 ธ.ค.58 ,ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งอุตสาหกรรมที่เป็น Strong Point ของไทยในปัจจุบัน คือ ธุรกิจบริการ หุ้นที่วางแผนซื้อต้องอยู่ในอุตสาหกรรมที่ผลักดัน Earnings Momentum ของ SET ได้แก่กลุ่มท่องเที่ยว (สายการบิน,โรงแรม) หุ้นที่เป็นเป้าหมายของการซื้อกลับเมื่อตลาดฟื้น ได้แก่ AOT- AAV- ERW- MINT- CENTEL- BA เนื่องจากมองว่าจำนวนนักท่องเที่ยว คือตัวเลขเศรษฐกิจไทยเพียงตัวเดียวที่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ในปี 58แนวต้าน 6.40 6.50 บาท บาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าได้ต่อ ต้องรอดูประชุม ECB พรุ่งนี้ว่าจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมออกมาหรือไม่ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในช่วงนี้ นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่คาดว่า เงินบาทวันพรุ่งนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.80-35.95 บาท/ดอลลาร์ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ประกาศให้สกุลเงินหยวนเข้าอยู่ในตะกร้าเงิน SDRs โดยจะมีผลตั้งแต่เดือน ต.ค.59 นั้นเป็นสิ่งที่ตลาดได้คาดการณ์มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าปริมาณการใช้เงินหยวนในธุรกรรมทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเริ่มมีเพิ่มมากขึ้น และขนาดของเศรษฐกิจจีนในระบบเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัดส่วนใหญ่ขึ้น ประกอบกับทางการจีนได้มีการเปิดเสรีให้เงินหยวนเคลื่อนไหวได้มากขึ้น จึงมองว่ายังไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินในทันทีทันใด โดยระหว่างนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการตลาดเงินโลกจะได้มีเวลาปรับตัวนักลงทุนยังจับตาดูกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ โดยหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่ง ก็จะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ธ.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพรุ่งนี้ โดยมีกระแสคาดการณ์ในตลาดว่า ECB จะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน หรืออาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมครั้งนี้ AEC ชี้ดัชนีเดือนธ.ค.มีโอกาสลงไป 1,345 จุด สื่อสาร-ตลาดหุ้นจีนกดดัน,ขณะเดียวกัน บริษัทประกันวินาศภัยน่าจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะปานกลางถึงระยะยาว ถึงแม้ว่าน่าจะเติบโตได้ไม่มากนักในปี 2559 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอSET Index เช้านี้ฟื้นตัวเบาๆ 3.49 จุด ช่วงแรกอาจมีบวกหวือหวาไป 7-8 จุด แต่มูลค่าการซื้อขายที่ยังน้อยจัด การฟื้นตัวของดัชนีจึงดูไม่เสถียร และไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นการอ่อนตัวของ SET Index ที่น่าสนใจคือวันนี้กลุ่มพลังงานเป็นตัวนำตลาดกว่า 1.19% ตามมาด้วยกลุ่ม การเงิน +1.08% และสื่อสาร 0.76% มองการกลับมาของกลุ่มพลังงานน่าจะมาจากแรงซื้อคืนหลังถูกขายอย่างหนักในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าแรงซื้อดังกล่าวน่าจะเข้ามาเพื่อเก็งกำไรโอกาสในการดีดตัวของราคาน้ำมัน ส่วนแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) ตลาดยังมี upside จำกัด เนื่องจากต่างยังรอดูการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) แต่หากดัชนีลงมาแถวแนวรับ 1,340 จุด มีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นได้ ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,365 จุด นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า งาน Thailand Focus 2015 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Opportunity Growth Reform นับเป็นเวทีสำคัญที่จะแสดงถึงศักยภาพและโอกาสการลงทุนในไทยให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลก ซึ่งปีนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนเกือบ 400 รายเข้าร่วมงาน โดยปีนี้มีบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ร่วมนำเสนอข้อมูลถึง 120 บริษัท จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันถึง 8.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 66% ของมูลค่ารวมของตลาดราคาหุ้นบริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือTCCปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1.77 บาท ลบ 0.02 บาท หรือ 1.12% สูงสุด 1.81 บาท ต่ำสุด 1.77 บาท มูลค่าการซื้อขาย 11.74 ล้านบาทรวมไปถึงการพิจารณาผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน ซึ่งจะต้องมีการพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยจะเป็นกองทุนเปิด(Open end) ระดมทุนไปใช้สำหรับโครงการต่างๆ ในอนาคตตามแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่คาดว่าจะเริ่มทยอยลงทุนได้จริงในปี 59 จำนวน 14 โครงการ มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวเพื่อให้ใช้งบประมาณของประเทศลดลง แต่อาศัยเงินลงทุนจากภาคเอกชน ทำให้ภาครัฐสามารถนำเงินงบประมาณไปใช้ในมาตรการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น。

BANPU (ราคาปิดภาคเช้า 19.40)Let Profit Run หรือซื้อเล่นสั้นๆ ทั้งนี้ นางเยลเลนกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมาคมเศรษฐกิจแห่งวอชิงตันเมื่อวานนี้ โดยได้ส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนนี้ และยังได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานลดต่ำลง และอัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด แผนปีหน้าเราคาดจะมีสถานีบริการเป็น 1,600 สาขา โดยจะมีปั๊ม LPG เพิ่มขึ้นในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล ซึ่งเราคาดหวังปี 59 ผลประกอบการจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด และตั้งเป้ามียอดขายติดอันดับที่ 4 ของประเทศ ขณะที่ในปี 60 จะขยับขึ้นเป็นเบอร์ 2 ให้ได้ จากการลงทุนในเรื่องของสาขาโรงไฟฟ้า เอทานอล น้ำมันเครื่อง และธุรกิจใหม่อย่างน้อย 2-3 ธุรกิจ ทำให้ในปี 61 เราจะสามารถเข้า SET50 ได้ นายพิทักษ์ กล่าว、โดยมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ได้เปิดเผยว่า เขาและภรรยาจะบริจาคหุ้น 99% ซึ่งมีมูลค่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (1.6 ล้านล้านบาท) ให้กับองค์กรการกุศล Chan Zuckerberg Initiative ที่ตนและภรรยาก่อตั้งขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น ให้แม็กซ์ได้เติบโตขึ้นมาในสังคมที่น่าอยู่อย่างไรก็ตามซัคเกอร์เบิร์กจะเป็น CEO ของเฟซบุ๊กต่อไปอีกหลายปี และเฟซบุ๊กก็คาดว่าเขาจะควบคุมผู้ถือหุ้นของบริษัทต่อไปในอนาคตโดยมีสินค้าเด่น คือ เครื่องกรองน้ำ SAFE รุ่น ROMA Alkaline Plus ที่กรองน้ำด้วยระบบ Reverse Osmosis (RO) ที่มีการเสริมแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถใช้ได้กับน้ำที่ได้รับการบำบัดทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำกร่อย หรือพื้นที่น้ำประปาหมู่บ้านที่เป็นน้ำบาดาล ซึ่งปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก THAI แจงไม่กระทบกรณี FAA ห้ามบินเข้าสหรัฐ เหตุยกเลิกเที่ยวบินหมดแล้ว,slotjokerromademo ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (2 ธ.ค.) ที่ 590.00 จุด ลดลง 8.00 จุด หรือ 1.34%กราฟ ASIMAR ตรงนี้อยู่ในโซนสูงสุดรอบ 19 ปี แต่ถ้าดูกราฟราย week กำลังจะชน 3.80 บาท ซึ่งเป็นต้านสำคัญและหากผ่านได้จะ break out ไประดับสูงสุดใหม่อีก 1 บาท หรือมีโอกาสวิ่งไปได้ถึง 5 บาท โดย RSI ยังต่ำกว่า Overbought อีกด้วย น่าสนใจตามน้ำกันต่อนายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทคาดกำไรสุทธิปี 59 จะทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากปีนี้ที่คาดว่ากำไรสุทธิจะดีกว่าปีก่อนที่มีกำไร 494.04 ล้านบาท โดยบริษัทจะรับรู้กำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น 32.01% ในบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (AMA) ซึ่งประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าเหลวทางทะเลและทางบก ขณะที่ยอดขายธุรกิจหลักคาดว่าจะเติบโตราว 35-40% จากปีนี้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายเติบโต 22-25% จากปีก่อนมีรายได้ที่ 55,273.87 ล้านบาทML ราคาปิด 1.55 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (2 ธ.ค.) ที่ 590.00 จุด ลดลง 8.00 จุด หรือ 1.34%แหล่งข่าววงการตลาดทุน เปิดเผยว่า บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ผู้ประกอบธุรกิจจัดหา ผลิต และจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟ เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) พรุ่งนี้เป็นวันแรก (2 ธ.ค.) โดยราคาหุ้นมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นเกินระดับราคา 4 บาท ยืนเหนือราคาไอพีโอหุ้นละ 2.88 บาทได้ เนื่องจากเชื่อมั่นในศักยภาพธุรกิจของบริษัท และเชื่อว่าผลประกอบการมีโอกาสเติบโตแข็งแกร่งส่วนกลุ่มพลังงานทดแทน มีความเสี่ยงจากงาน EPC ในธุรกิจพลังงานลม ในเรื่องของการรับรู้รายได้ในปี 59 ที่อาจต่ำกว่าคาด รวมถึงมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการได้งานในอนาคตจากการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ มองว่าราคาหุ้นในกลุ่มนี้ยังซื้อขายด้วยระดับ PE 25 เท่า ในขณะที่ความเสี่ยงการประมูลโครงการใหม่มีโอกาสล่าช้ากว่าที่คาด แนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน DEMCO และ ชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการรับรู้รายได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดตลาดรอบเช้า (2 ธ.ค.) นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 300ล้านบาท 2 ธ.ค. การจ้างงานภาคเอกชน ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่ม 1.85 แสนตำแหน่งทั้งนี้ฟิทช์ยังคงแนวโน้มมีเสถียรภาพสำหรับอุตสาหกรรมประกันชีวิตและประกันวินาศภัยในประเทศไทยในปี 2559 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยมีระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานที่ดี และมีพอร์ทการลงทุนและทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำ ฟิทช์คาดว่าการกำกับเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (risk-based capital) ระยะที่ 2 (Phase 2) ที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้น่าจะช่วยให้บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยมีความระมัดระวังมากขึ้นในการบริหารจัดการเงินกองทุนและวางกลยุทธ์การลงทุน เกาะติดหุ้นเด็ด เด็กแนว ราคาปิดประจำวันที่ 2 ธ.ค. 58สำหรับผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทมีรายได้รวม 745.42 ล้านบาท ลดลง 3.25% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 54.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.68 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 77.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 30.61 ล้านบาท โดยสูงกว่ากำไรสุทธิทั้งปีของปี 2557 ที่มีจำนวน 51.84 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีนโยบายในการมุ่งเน้นขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มมากขึ้น, นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มั่นใจภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 58 จะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.8-2.9% และมีโอกาสขยายตัวได้สูงถึง 3% อันเป็นผลจากการดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา โดยภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ยังมีความแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องสูง และยังมีความมั่นคงแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในระดับต่ำที่ 43% ทำให้ภาครัฐมีโอกาสในการใช้มาตรการต่างๆ เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกมาก ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศมีความมั่นคง รัฐบาลสามารถเดินตาม Road Map เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้สรุปหุ้น10อันดับแรกที่มีผลหนุนดัชนีเช้านี้ (2ธ.ค.)。

The Industrial Revolution (1750–1900) forever changed the way people in Europe and the United States lived and worked. These inventors and their creations were at the forefront of a new society.


  • Spinning and weaving

    The creation of the following ingenious machines made possible the mass production of high-quality cotton and woolen thread and yarn and helped transform Great Britain into the world’s leading manufacturer of textiles in the second half of the 18th century.

    The spinning jenny. About 1764 James Hargreaves, a poor uneducated spinner and weaver living in Lancashire, England, conceived a new kind of spinning machine that would draw thread from eight spindles simultaneously instead of just one, as in the traditional spinning wheel. The idea reportedly occurred to him after his daughter Jenny accidentally knocked over the family’s spinning wheel; the spindle continued to turn even as the machine lay on the floor, suggesting to Hargreaves that a single wheel could turn several spindles at once. He obtained a patent for the spinning jenny in 1770.

    The water frame. So called because it was powered by a waterwheel, the water frame, patented in 1769 by Richard Arkwright, was the first fully automatic and continuously operating spinning machine. It produced stronger and greater quantities of thread than the spinning jenny did. Because of its size and power source, the water frame could not be housed in the homes of spinners, as earlier machines had been. Instead, it required a location in a large building near a fast-running stream. Arkwright and his partners built several such factories in the mountainous areas of Britain. Spinners, including child laborers, thereafter worked in ever-larger factories rather than in their homes.

    The spinning mule. About 1779 Samuel Crompton invented the spinning mule, which he designed by combining features of the spinning jenny and the water frame. His machine was capable of producing fine as well as coarse yarn and made it possible for a single operator to work more than 1,000 spindles simultaneously. Unfortunately, Crompton, being poor, lacked the money to patent his idea. He was cheated out of his invention by a group of manufacturers who paid him much less than they had promised for the design. The spinning mule was eventually used in hundreds of factories throughout the British textile industry.

  • The steam engine

    Through its application in manufacturing and as a power source in ships and railway locomotives, the steam engine increased the productive capacity of factories and led to the great expansion of national and international transportation networks in the 19th century.

    Watt’s steam engine. In Britain in the 17th century, primitive steam engines were used to pump water out of mines. In 1765 Scottish inventor James Watt, building on earlier improvements, increased the efficiency of steam pumping engines by adding a separate condenser, and in 1781 he designed a machine to rotate a shaft rather than generate the up-and-down motion of a pump. With further improvements in the 1780s, Watt’s engine became a primary power source in paper mills, flour mills, cotton mills, iron mills, distilleries, canals, and waterworks, making Watt a wealthy man.

    The steam locomotive. British engineer Richard Trevithick is generally recognized as the inventor of the steam railway locomotive (1803), an application of the steam engine that Watt himself had once dismissed as impractical. Trevithick also adapted his engine to propel a barge by turning paddle wheels and to operate a dredger. Trevithick’s engine, which generated greater power than Watt’s by operating at higher pressures, soon became common in industrial applications in Britain, displacing Watt’s less-efficient design. The first steam-powered locomotive to carry paying passengers was the Active (later renamed the Locomotion), designed by English engineer George Stephenson, which made its maiden run in 1825. For a new passenger railroad line between Liverpool and Manchester, completed in 1830, Stephenson and his son designed the Rocket, which achieved a speed of 36 miles (58 km) per hour.

    Steamboats and steamships. Steamboats and other steamships were pioneered in France, Britain, and the United States in the late 18th and early 19th centuries. The first commercially successful paddle steamer, the North River Steamboat, designed by American engineer Robert Fulton, traveled up the Hudson River from New York City to Albany, New York, in 1807 at a speed of about 5 miles (8 km) per hour. Eventually, ever larger steamboats delivered cargo as well as passengers over hundreds of miles of inland waterways of the eastern and central United States, especially the Mississippi River. The first transoceanic voyage to employ steam power was completed in 1819 by the Savannah, an American sailing ship with an auxiliary steam-powered paddle. It sailed from Savannah, Georgia, to Liverpool in a little more than 27 days, though its paddle operated for only 85 hours of the voyage. By the second half of the 19th century, ever larger and faster steamships were regularly carrying passengers, cargo, and mail across the North Atlantic, a service dubbed “the Atlantic Ferry.”

  • Harnessing electricity

    In the early 19th century, scientists in Europe and the United States explored the relationship between electricity and magnetism, and their research soon led to practical applications of electromagnetic phenomena.

    Electric generators and electric motors. In the 1820s and ’30s British scientist Michael Faraday demonstrated experimentally that passing an electric current through a coil of wire between two poles of a magnet would cause the coil to turn, while turning a coil of wire between two poles of a magnet would generate an electric current in the coil (electromagnetic induction). The first phenomenon eventually became the basis of the electric motor, which converts electrical energy into mechanical energy, while the second eventually became the basis of the electric generator, or dynamo, which converts mechanical energy into electrical energy. Although both motors and generators underwent substantial improvements in the mid-19th century, their practical employment on a large scale depended on the later invention of other machines—namely, electrically powered trains and electric lighting.

    Electric railways and tramways. The first electric railway, intended for use in urban mass transit, was demonstrated by German engineer Werner von Siemens in Berlin in 1879. By the early 20th century, electric railways were operating within and between several major cities in Europe and the United States. The first electrified section of London’s subway system, called the London Underground, began operation in 1890.

    The incandescent lamp.In 1878–79 Joseph Wilson Swan in England and later Thomas Alva Edison in the United States independently invented a practical electric incandescent lamp, which produces continuous light by heating a filament with an electric current in a vacuum (or near vacuum). Both inventors applied for patents, and their legal wrangling ended only after they agreed to form a joint company in 1883. Edison has since been given most of the credit for the invention, because he also devised the power lines and other equipment necessary for a practical lighting system. During the next 50 years, electric incandescent lamps gradually replaced gas and kerosene lamps as the major form of artificial light in urban areas, though gas-lit street lamps persisted in Britain until the mid-20th century.

  • The telegraph and the telephone

    Two inventions of the 19th century, the electric telegraph and the electric telephone, made reliable instantaneous communication over great distances possible for the first time. Their effects on commerce, diplomacy, military operations, journalism, and myriad aspects of everyday life were nearly immediate and proved to be long-lasting.

    The telegraph. The first practical electric telegraph systems were created almost simultaneously in Britain and the United States in 1837. In the device developed by British inventors William Fothergill Cooke and Charles Wheatstone, needles on a mounting plate at a receiver pointed to specific letters or numbers when electric current passed through attached wires. American artist and inventor Samuel F.B. Morse created his own electric telegraph and, more famously, a universal code, since known as Morse Code, that could be used in any system of telegraphy. The code, consisting of a set of symbolic dots, dashes, and spaces, was soon adopted (in modified form to accommodate diacritics) throughout the world. A demonstration telegraph line between Washington, D.C., and Baltimore, Maryland, was completed in 1844. The first message sent on it was, “What hath God wrought!” Telegraph cables were first laid across the English Channel in 1851 and across the Atlantic Ocean in 1858. In the United States the spread of telegraphic communication through the growth of private telegraph companies such as Western Union aided the maintenance of law and order in the Western territories and the control of traffic on the railroads. What’s more, it enabled the transmission of national and international news through wire services such as the Associated Press. In 1896 Italian physicist and inventor Guglielmo Marconi perfected a system of wireless telegraphy (radiotelegraphy) that had important military applications in the 20th century.

    The telephone. In 1876 Scottish-born American scientist Alexander Graham Bell successfully demonstrated the telephone, which transmitted sound, including that of the human voice, by means of an electric current. Bell’s device consisted of two sets of metallic reeds (membranes) and electromagnetic coils. Sound waves produced near one membrane caused it to vibrate at certain frequencies, which induced corresponding currents in the electromagnetic coil connected to it, and those currents then flowed to the other coil, which in turn caused the other membrane to vibrate at the same frequencies, reproducing the original sound waves. The first “telephone call” (successful electric transmission of intelligible human speech) took place between two rooms of Bell’s Boston laboratory on March 10, 1876, when Bell summoned his assistant, Thomas Watson, with the famous words that Bell transcribed in his notes as “Mr. Watson—Come here—I want to see you.” Initially the telephone was a curiosity or a toy for the rich, but by the mid-20th century it had become a common household instrument, billions of which were in use throughout the world.

  • The internal-combustion engine and the automobile

    Among the most-consequential inventions of the late Industrial Revolution were the internal-combustion engine and, along with it, the gasoline-powered automobile. The automobile, which replaced the horse and carriage in Europe and the United States, offered greater freedom of travel for ordinary people, facilitated commercial links between urban and rural areas, influenced urban planning and the growth of large cities, and contributed to severe air-pollution problems in urban areas.

    The internal-combustion engine. The internal-combustion engine generates work through the combustion inside the engine of a compressed mixture of oxidizer (air) and fuel, the hot gaseous products of combustion pushing against moving surfaces of the engine, such as a piston or a rotor. The first commercially successful internal-combustion engine, which used a mixture of coal gas and air, was constructed about 1859 by Belgian inventor étienne Lenoir. Initially expensive to run and inefficient, it was significantly modified in 1878 by German engineer Nikolaus Otto, who introduced the four-stroke cycle of induction-compression-firing-exhaust. Because of their greater efficiency, durability, and ease of use, gas-powered engines based on Otto’s design soon replaced steam engines in small industrial applications. The first gasoline-powered internal-combustion engine, also based on Otto’s four-stroke design, was invented by German engineer Gottlieb Daimler in 1885. Soon afterward, in the early 1890s, another German engineer, Rudolf Diesel, constructed an internal-combustion engine (the diesel engine) that used heavy oil instead of gasoline and was more efficient than the Otto engine. It was widely used to power locomotives, heavy machinery, and submarines.

    The automobile. Because of its efficiency and light weight, the gasoline-powered engine was ideal for light vehicular locomotion. The first motorcycle and motorcar powered by an internal-combustion engine were constructed by Daimler and Karl Benz, respectively, in 1885. By the 1890s a nascent industry in continental Europe and the United States was producing increasingly sophisticated automobiles for mostly wealthy customers. Less than 20 years later American industrialist Henry Ford perfected assembly-line methods of manufacturing to produce millions of automobiles (especially the Model T) and light trucks annually. The great economies of scale he achieved made automobile ownership affordable for Americans of average income, a major development in the history of transportation.

Special Subscription Bundle Offer!
Learn More!
ฟุตบอล ฟัน ธง forza motorsport 6 xbox one road race 3d casino joker online ทีเด็ด ฟุตบอล วัน นี้ 3 คู่ online play game pubg ทีเด็ด บอล วัน นี้ 4 คู่ สปอร์ต พูล วัน นี้ ล่าสุด bubble shooter 3 online tiger slot แช ม เปีย น ลีก วัน นี้
scotch move pes 2020 ฟุตบอล วัน สยาม สปอร์ต ฟุตบอล csr racing mod cesar casino
ไม่ ต้อง ฝาก sagame88 เครดิต ฟรี 18 บาท ยู ฟ่า แชมป์ เปีย น ลีก pg slot 567 scr888 สมัคร ฟรี เครดิต
1 player games poki ดู บอล สด ลิเวอร์พูล คืน นี้ สด torchlight 2 berserker skills fishing games free บอล วัน นี้ บอล วัน นี้